เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และหัวใจ (Alcohol and the heart):

การดื่มแอลกอฮอล์สามารถสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพ ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่หากต้องการดื่มแอลกอฮอล์ จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำ ไม่ว่าจะดื่มทุกวัน ดื่มสัปดาห์ละครั้ง หรือสัปดาห์ละ 2 ครั้งหรือเป็นครั้งเป็นคราว

แอลกอฮอล์คือ

แอลกอฮอล์คือเครื่องดื่มที่มีสวนประกอบของเอทานอล ่ (ethanol) ซึ่งแอลกอฮอล์ถือเป็นเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดการเสพติดได้ และเกือบทุกประเทศในโลกอนุญาตให้สามารถซือขายได้ตามกฎหมาย แค่มักมีกําหนดอายุขั้นต่ำที่สามารถบริโภคได้

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักได้จากกระบวนการหมักจากยีสต์ เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่จะทําให้ได้ปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มแตกต่างกันไป ซึ่งปริมาณแอลกอฮอล์ที่ได้นี้จะเกิดจากเชื้อจุลินทรีย์และกระบวนการที่ใช้ในการหมัก

ปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มจะระบเป็นเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์โดยปริมาตร แต่อาจมีความแตกต่างตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศ

เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และผลต่อหัวใจ

การดื่มเหล้าไม่ว่าจะเล็กน้อย หรือมากก็ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ แม้แต่ในกรณีที่ดื่มไม่บ่อย

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบหลักฐานเกี่ยวกับ ‘แอลกอฮอลและหัวใจ’ – ซึ่งระบุว่าแอลกอฮอล์อาจมีประโยชน์ต่อโรคหัวใจสำหรับบางคนเท่านั้น อย่างไรก็ตามพบว่าในหลาย ๆ ไม่ว่าจะบริโภคมากน้อยเพียงใดก็ตาม ดังนั้นในบทความ ‘แอลกอฮอล์กับหัวใจ’ นี้ – ขอสรุปความสัมพันธ์ระหว่างแอลกอฮอล์ที่มีผลต่อหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งซับซ้อน และอาจมีประโยชน์ต่อคนส่วนมากเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย

แอลกอฮอล์อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้หลายอย่าง และยังไม่มีเกณฑ์กำหนดแนวทางการดื่มที่ปลอดภัยต่อผลกระทบต่าง ๆ จึงอาจกล่าวได้ว่าแอลกอฮอล์ไม่ใช่ “สิ่งที่มีประโยชน์” หรือมีโอกาสได้รับประโยชน์โดยไม่ก่อให้เกิดเสี่ยงต่อสุขภาพ ไม่ควรนำแอลกอฮอล์มาใช้รักษาโรคหัวใจ เพราะอาจไม่ปลอดภัยหรือไม่ได้ผล

เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นั้นมีแคลอรี่ที่สูง ดังนั้นหากกำลังลดน้ำหนัก ให้ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจึงจะช่วยให้การลดน้ำหนักสำเร็จได้

ปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความปลอดภัย

หากชื่นชอบการดื่มแอลกอฮอล์ ขอแนะนำให้ดื่มตามคำแนะนำวิธีการดื่มที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยสามารถลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว ดังนี้:

  • ดื่มแอลกอฮอล์ 2 แก้วต่อวันสำหรับผู้หญิง และไม่ควรเกิน 10 แก้วต่อสัปดาห์
  • การดื่มสุรา 3 แก้วต่อวันสำหรับผู้ชาย และไม่ควรเกิน 15 แก้วต่อสัปดาห์

และควรเว้นไม่ดื่มเหล้าอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์

เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ในแต่ละครั้งควรดื่มไม่เกิน:

  • 4 แก้วสำหรับผู้หญิง
  • 5 แก้วสำหรับผู้ชาย

อย่างไรก็ตามข้อจำกัดในการดื่มนี้ อาจแตกต่างกับผู้ที่มีปัญหาอ้วน ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง มีปัญหาพิษสุรา หรือภาวะหัวใจล้มเหลว

ประเภทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

1 เบียร์ (Beer) เบียร์เป็นประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เก่าแก่ที่สุด นิยมบริโภคอย่างแพร่หลาย ได้จากการหมักแป้งที่ได้จากธัญพืชกับยีสต์ โดยทั่วไปคือมอลท์ที่ทําจากข้าวบาร์เลย่ ์หรือข้าวสาลี หรือข้าวโพด หรือข้าวเจ้า เบียร์จึงมีหลายรสชาติตามส่วนผสมของวัตถุดิบที่แตกตางกัน แต่เวลากินเบียร์มักมีรสขมจากฮอปส์ ที่ใส่เข้าไปเพื่อเพิ่มรสชาติ และช่วยยืดอายุการเก็บรักษาตามธรรมชาติ

แอลกอฮอล์ในเบียร์โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 4% ถึง 6% โดยปริมาตร

2 ไวน์ (Wine) ไวน์โดยทั่วไปหมายถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ซึ่งผลิตจากองุ่น แต่ในความจริงมีไวน์ที่ผลิตจากผลไม้ชนิดอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงธัญพืชชนิดต่าง ๆ ไวน์จึงมีชื่อเรียกตามวัตถุดิบที่นํามาผลิต เช่น ไวน์แอปเปิ้ล ไวน์เชอรี่ เป็นต้น

แอลกอฮอล์ในไวน์ได้จากกระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลในผลไม้ให้กลายเป็นแอลกอฮอล์จากการเจริญเติบโตของยีสต์ที่มีหลากหลายสายพันธุ์ ยีสต์และผลไม้แต่ละชนิดจะทำให้เกิดเอกลักษณ์ในไวน์ที่แตกต่างกัน ไวน์ส่วนมากมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่ 9% ถึง 16% โดยปริมาตร

3 เหล้า (Spirits) เหล้าคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านกระบวนการกลั่นจนได้แอลกอฮอล์ไม่น้อยกว่า 20% โดยปริมาตร วัตถุดิบที่นํามาใช้ผลิตเหล้ามีหลากหลายมากตามแต่ละท้องถิ่น ทั้งธัญพืช ผัก หรือผลไม้ต่าง ๆ เช่น บรั่นดีจะผลิตจากองุ่น วิ้สกีผลิตจากธัญพืช ส่วนวอดก้าผลิตจากมันฝรั่งหรือธัญพืช

มาตรฐานการดื่มแอลกอฮอล์แต่ละประเภท

ไวน์ ปริมาณการดื่มที่เหมาะสม 100 ml (ขนาด 1 แก้วเชอร์รี่)

สุรา – จิน วอดก้า บรั่นดี วิสกี้ ปริมาณการดื่มที่เหมาะสม 30 มล. ( 1 – 2 ช้อนโต๊ะ)

เบียร์ (แอลกอฮอล์ 5%) ปริมาณการดื่มที่เหมาะสม 250 มล.

เบียร์ (แอลกอฮอล์ 4%) ปริมาณการดื่มที่เหมาะสม 330 มล.

ไลท์เบียร์ ปริมาณการดื่มที่เหมาะสม 500 มล.

เบียร์คาร์บ ปริมาณการดื่มที่เหมาะสม 330 มล.

ไม่แนะนำให้ดื่มแอลกอฮอล์เมื่อ :

  • กำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์
  • ความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้
  • หัวใจล้มเหลว
  • เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน
  • ใช้ยาที่ทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์
  • อาการซึมเศร้า
  • โรคตับเรื้อรัง

หากสงสัยว่าดื่มมากเกินไป หรือพบคนใกล้ชิดที่มีปัญหาในการดื่ม ให้ปรึกษาแพทย์เพื่อขอข้อแนะนำ

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.alcoholbeveragesaustralia.org.au/

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *