ประโยชน์ต่อสุขภาพของโป๊ยกั๊ก (Anise)

โป๊ยกั๊ก คือ

เมล็ดโป๊ยกั๊กหรือ Pimpinella anisum เป็นเครื่องเทศที่ดีมาก ด้วยรสชะเอมอันเข้มข้น มีส่วนประกอบสำคัญของแอลกอฮอล์อย่าง orzo และ absinthe และทำให้กลิ่นคุกกี้คล้ายกับ Pfefferneusse และ Springerle

การใช้โป๊ยกักปรุงอาหารมาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ แม้ว่าชาวโรมันจะกินเค้กใส่เมล็ดโป๊ยกั๊กหลังอาหารเพื่อช่วยย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น โป๊ยกั๊กยังเป็นสมุนไพรช่วยย่อยอาหารแบบดั้งเดิมของอินเดีย และผู้คนยังรู้อีกว่ามันมีสารที่ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น

โป๊ยกั๊กปลูกง่าย เมื่ออยู่ในสวนจะทำหน้าที่เป็นยาฆ่าแมลงตามธรรมชาติ แต่ผลผลิตจากการเก็บเกี่ยวจะให้คุณมีคุณค่าทางโภชนาการกับผู้บริโภค

ประโยชน์ต่อสุขภาพ

โป๊ยกั๊กเป็นยาพื้นบ้านที่มีการใช้งานไปทั่วโลก ใช้รักษาอาการตั้งแต่การไอและหวัด ไปจนถึงปัญหาในกระเพาะอาหาร

บำรุงเลือด

เมล็ดโป๊ยกั๊กมีธาตุเหล็กค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของโปรตีนในเซลล์เม็ดเลือดแดงที่เรียกว่าฮีโมโกลบิน หากฮีโมโกลบินในเลือดมีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ก็จะไม่สามารถทำหน้าที่ขนถ่ายออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย การขาดธาตุเหล็กอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น:

  • อ่อนเพลีย
  • รวบรวมสมาธิได้ยาก
  • ปัญหาทางเดินอาหาร
  • การควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไม่ดี

การรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงอย่างเมล็ดโป๊ยกั๊กจะช่วยให้เม็ดเลือดแข็งแรง และลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก

การรักษาภาวะซึมเศร้า

ผลการศึกษาพบว่าเมล็ดโป๊ยกั๊กจะช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ โดยมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาแก้โรคซึมเศร้าที่ใช้กันอยู่ทั่วไป หรืออาจใช้น้ำมันโป๊ยกั๊กในการรักษาอาการซึมเศร้าที่เกี่ยวข้องกับโรคลำไส้แปรปรวน

เสริมสุขภาพทางเดินอาหาร

หลายคนที่เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นแผลที่เจ็บปวด หรือทำให้เกิดรูในเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนบน แพทย์แผนโบราณในอินเดียและอาหรับต่างได้ใช้โป๊ยกั๊กรักษาแผลในกระเพาะอาหารมานานแล้ว

บรรเทาอาการต่าง ๆ ช่วงวัยหมดประจำเดือน

แม้ว่าตามธรรมชาติเมื่อผู้หญิงอยู่ในช่วงวัยชรา จะเกิดภาวะหมดประจำเดือน ซึ่งทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น อาการร้อนวูบวาบ ซึ่งโป๊ยกั๊กจะช่วยลดความถี่ และความรุนแรงของอาการร้อนวูบวาบได้ เนื่องจากสารที่คล้ายกับเอสโตรเจนของร่างกาย

แก้ไขปัญหาผิวพรรณ

โป๊ยกั๊กสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราที่ทำให้เกิดการติดเชื้อบางชนิดได้ โดยเฉพาะเชื้อรา Candida albicans ซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อราในช่องคลอดและเชื้อราในช่องปาก

อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเชื้อราได้ที่นี่

สารอาหารต่อ 1 หน่วยบริโภค

โป๊ยกั๊ก 1 ช้อนชาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร โดยต้องกระจายเมล็ดโป๊ยกั๊กไปให้ทั่วจานอาหาร แต่ละคนจะบริโภคเมล็ดโป๊ยกั๊กที่เป็นประโยชน์เพียง 1% เว้นแต่รับประทานเป็นอาหารจานเดียว

เมล็ดโป๊ยกั๊ก 1 ช้อนชาประกอบไปด้วย:

  • แคลอรี่: 7
  • โปรตีน: 0g
  • ไขมัน: 0g
  • คาร์โบไฮเดรต: 1g
  • ไฟเบอร์: 0g
  • น้ำตาล: 0g

เมล็ดโป๊ยกั๊กยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์หลายประการ ได้แก่ :

  • เหล็ก
  • แคลเซียม
  • แมกนีเซียม
  • แมงกานีส
  • ฟอสฟอรัส
  • โพแทสเซียม
  • วิตามินเอ
  • วิตามินซี
  • สังกะสี

วิธีการเตรียมโป๊ยกั๊กเพื่อรับประทาน

เมล็ดโป๊ยกั๊กมีจำหน่ายทั้งแบบบด หรือทั้งเมล็ด หาซื้อได้ตามร้านขายของชำ หรือร้านขายเครื่องเทศ หรืออาจปลูกต้นโป๊ยกั๊กด้วยตัวเอง โป๊ยกั๊กเติบโตได้ในบริเวณที่มีแสงงแดดจัด ๆ และดินระบายน้ำได้ดี

ใช้เวลาปลูกประมาณ 120 วัน ก็สามารถเก็บเกี่บงผลผลิตได้

อาจนำโป๊ยกั๊กมาชงเป็นชา เพื่อบรรเทาอาการไอ และหวัดได้ โป๊ยกั๊กส่วนมากถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในคุกกี้ และขนมหวานชนิดอื่น ๆ

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *