เบต้ากลูแคน (Beta Glucan)

เบต้ากลูแคน คืออะไร

คุณอาจเคยได้ยินมาว่าไฟเบอร์นั้นดีสำหรับสำหรับร่างกาย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าไฟเบอร์นั้นไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด? ไฟเบอร์มีสองประเภทหลักๆ คือแบบละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ และยังสามารถแบ่งย่อยอีกได้หลายประเภท

เบต้ากลูแคนนั้น เป็นยาเสริมภูมิคุ้มกันชั้นดี และยังเป็นเส้นใยไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้รูปแบบหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับระดับคอเลสเตอรอลและช่วยส่งเสริมสุขภาพของหัวใจ เช่นเดียวกับไฟเบอร์อีกหลายชนิด เบต้ากลูแคนก็มีจำหน่ายในรูปแบบอาหารเสริมเช่นกัน นอกจากนี้คุณยังสามารถพบมันในธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวโอ๊ต รำข้าว ข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์ ยีสต์ที่ใช้ทำอาหารและเชื้อราบางชนิด เช่น เห็ดไมตาเกะและเห็ดหลินจือ ก็มีเบต้ากลูแคนด้วยเช่นกัน

ไฟเบอร์บรรเทาท้องผูกหรือทำให้ท้องผูก อ่านต่อที่นี่

ทำไมร่างกายถึงต้องการไฟเบอร์

โดยปกติเราจะได้รับไฟเบอร์จากพืชที่เรากิน เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เช่น เบต้ากลูแคน จะละลายในน้ำบางส่วน แต่เส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำจะไม่ละลายเลย อาหารส่วนใหญ่มีไฟเบอร์ทั้งสองชนิด แต่ปริมาณอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำได้อีกหลายชนิด

ไฟเบอร์ช่วยให้สุขภาพร่างกายดีโดยช่วยลดคอเลสเตอรอลและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้กับร่างกายของคุณ แก้ปัญหาท้องผูกและปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาแบคทีเรียในลำไส้ให้แข็งแรง และช่วยในการควบคุมน้ำหนัก

 แนะนำให้ผู้ชายและผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไปกินไฟเบอร์ 38 กรัม (g) และ 25 กรัมต่อวันตามลำดับ ผู้ชายและผู้หญิงอายุ 51 ปีขึ้นไปควรได้รับ 30 กรัมและ 21 กรัมต่อวัน วัยรุ่นอาจต้องการ 30 ถึง 35 กรัมต่อวัน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแบคทีเรีย อ่านต่อที่นี่

เบต้ากลูแคน สรรพคุณ

ช่วยเสริมสร้างสุขภาพหัวใจ

มีหลักฐานชัดเจนว่าเบต้ากลูแคนสามารถช่วยเสริมสร้างสุขภาพของหัวใจได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติฉลากที่ช่วยรับรองประสิทธิภาพในการช่วยเสริมสร้างสุขภาพหัวใจสำหรับอาหารที่มีเบต้ากลูแคนในปริมาณสูง ตามหลักฐานนี้ มีการศึกษาหลายชิ้นแนะนำว่าเบต้ากลูแคนอาจช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายได้ และยังพบอีกว่าการกินข้าวโอ๊ตที่มีเบต้ากลูแคนอย่างน้อย 3 กรัมต่อวันช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ถึง 5-7 เปอร์เซ็นต์

ทำอย่างไรเมื่อไขมันไตรกลีเซอรไรด์สูง อ่านต่อที่นี่

ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นเบาหวานทั้งสองประเภท และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับคนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว

กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

นักวิจัยเชื่อว่าเบต้ากลูแคนอาจส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม การวิจัยส่วนใหญ่จนถึงปัจจุบันอยู่ในรูปแบบของการทดลองกับสัตว์ นักวิทยาศาสตร์คิดว่าเบต้ากลูแคนอาจสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับโรคและการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์นั้นซับซ้อน และนักวิจัยยังคงต้องเรียนรู้ว่ามันทำงานอย่างไร และอาต้องอาจใช้เวลาก่อนที่เราจะทราบประสิทธิภาพที่แน่นอนของเบต้ากลูแคน

เนื่องจากเป็นเส้นใยที่ละลายน้ำได้ เบต้ากลูแคนจึงช่วยชะลอการขนส่งอาหารในลำไส้ ซึ่งหมายความว่าร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยอาหารนานขึ้น การย่อยอาหารช้าลง และนั่นหมายความว่าร่างกายจะไม่ดูดซับน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ลดโอกาสที่น้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงขึ้นและช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ เบต้ากลูแคนนั้นไม่สามารถย่อยได้ มันจึงผ่านทางเดินอาหารไปทั้งหมด และในขณะที่มันเดินทางผ่านทางเดินอาหาร มันสามารถนำคอเลสเตอรอลออกไปพร้อมกับลดระดับลงของคลอเรสตอรอลในร่างกายลงได้

ทำอย่างไรเมื่ออาหารไม่ย่อย อ่านต่อที่นี่

เบต้ากลูแคนมีอยู่ตามธรรมชาติในอาหารบางชนิด และโดยทั่วไปนั้นถือว่าเป็นสารที่ปลอดภัย หากคุณเลือกทานอาหารเสริม ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอาหารเสริมนั้นมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ องค์การอาหารและยานั้นไม่สามารถควบคุมผู้ผลิตอาหารเสริมทุกรายให้ปฏิบัตตามกฎอย่างเคร่งครัดได้ และยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการปนเปื้อน คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริมใดๆก็ตาม

ผู้ที่มีภาวะต่างๆ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคลูปัส โรคปลอกประสาทเสื่อม โรคหอบหืด และโรคลำไส้อักเสบ อาจต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้ากลูแคน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขาทำงานไวเกินอยู่แล้ว และอย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริมหากเบต้ากลูแคนคุณมีภาวะสุขภาพข้างต้น

ผลข้างเคียงของเบต้ากลูแคน

เบต้ากลูแคนมีทั้งแบบรับประทานและฉีด แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เบต้ากลูแคนเป็นอาหารเสริม เนื่องจากมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ผลข้างเคียงทั่วไปได้แก่ :

  • ท้องเสีย
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน

หากแพทย์แนะนำให้คุณฉัดเบต้ากลูแคนในเส้นเลือด คุณอาจมีผลข้างเคียงดังนี้

  • ปวดหลัง
  • ปวดข้อ
  • ท้องเสีย
  • เป็นผื่น
  • วิงเวียนศีรษะ
  • หนาวสั่น
  • เป็นไข้
  • ความดันโลหิตผิดปกติ

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *