ข้อดีข้อเสียของวัคซีน HPV(What Are the Pros and Cons of the HPV Vaccine?)

การทำความเข้าใจวัคซีน HPV

เชื้อเอชพีวี (HPV) ส่งผลต่อคนเกือบ 80 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถส่งต่อผ่านความสัมพันธ์แบบเนื้อแนบเนื้อหรือผ่านกิจกรรมทางเพศ

กระนั้นเชื้อ HPV มักจะหายไปได้เอง แต่อาจเป็นสาเหตุบางอย่างที่อาจทำให้เกิดโรคที่น่ากังวล นับตั้งแต่โรคหูดหงอนไก่ไปจนถึงมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก HPV คือวัคซีนที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิผลในการป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อเอชพีวีทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

ทาง The Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ได้แนะนำให้เด็กช่วงก่อนเข้าวัยรุ่นได้ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกนี้ในช่วงอายุ 11 หรือ 12 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีก่อนมีโอกาสได้สัมผัสกับเชื้อไวรัส สามารถรับวัคซีนได้จนกระทั่งอายุ 45 ปี

ประโยชน์ที่ได้จากวัคซีนเอชพีวีคืออะไร?

ข้อดี

  • วัคซีน HPV สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีชนิด 16 และ 18 ซึ่งทั้งสองชนิดสามารถนำไปสู่โรคมะเร็งบางชนิด
  • วัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อบางสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก

ทาง The U.S. Food and Drug Administration (FDA) ได้อนุมัติ 3 วัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี คือวัคซีนGardasil Gardasil 9 และ Cervarix ซึ่งแต่ละอย่างจะมี 2 หรือ 3 เข็มด้วยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ห่างกันมากกว่า 6 เดือนขึ้นอยู่กับช่วงอายุ

นับตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา มีวัคซีนเพียงชนิดเดียวที่ใช้ในสหรัฐอเมริกาคือ Gardasil 9 คือวัคซีนที่รวบรวมทั้ง 3 วัคซีนไว้ด้วยกัน เพื่อประโยชน์เต็มที่ของวัคซีนจึงจำเป็นต้องได้รับวัคซีนครบตามจำนวนเข็ม

วัคซีนแต่ละชนิดจะป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีชนิด 16 และ 18 ซึ่งเป็น 2 ชนิดที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ เพราะอาจนำไปสู่โรคมะเร็งปากมดลูก ปากช่องคลอดและมะเร็งทวารหนัก

วัคซีน Gardasil จะช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ 6 และ 11 มี่งสองสายพันธุ์รู้กันดีว่าเป็นสาเหตุของโรคหูดหงอนไก่

ฉีดวัคซีน HPV มีผลข้างเคียงหรือข้อเสียหรือไม่?

ข้อเสีย

  • วัคซีน HPV อาจเกิดผลข้างเคียงแต่พบได้น้อยมากๆ จวบจนทุกวันนี้ยังไม่เคยมีผลข้างเคียงที่รุนแรงเกิดขึ้นจากวัคซีนนี้มาก่อน
  • วัคซีน HPV ช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคมะเร็งที่มีสาเหตุมาจากเชื้อเอชพีวีบางชนิดแต่ไม่ใช่ทั้งหมด

บางที “ข้อเสีย” ส่วนใหญ่ของวัคซีนเอชพีวีคือผลข้างเคียง แต่อย่างที่กล่าวไว้ว่าผลข้างเคียงนั้นมักไม่เกิดขึ้น

คนส่วนใหญ่ที่ได้รับวัคซีนเอชพีวีจะไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงปานกลางนั้นยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ปกติ อาการเล็กน้อยถึงปานกลางนั้นคือ:

  • ปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด
  • มีไข้เล็กน้อย
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • ปวดข้อต่อ
  • หน้ามืด
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • ท้องเสีย

หากได้รับวัคซีนและมีอาการผลข้างเคียงดังกล่าวหรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ หรืออาการนั้นยังคงอยู่ ควรปรึกษาแพทย์

บางคนอาจเป็นกังวลว่าวัคซีนเอชพีวีอาจส่งผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือส่งผลกระทบระยะยาวได้เช่นภาวะมีบุตรยาก

จากการศึกษาปี 2013-2014และ 2016 พบว่าวัคซีนชนิดนี้มีความปลอดภัยเหมือนกับวัคซีนชนิดอื่นๆ

จากการศึกษานี้ยังพบด้วยว่าคนที่ได้รับวัคซีนนี้ไม่มีความเสี่ยงใดๆเมื่อเทียบกับคนที่ได้รับวัคซีนอื่นๆ ทั้งแบบในทันทีหลังได้รับวัคซีนหรือแบบระยะยาว

วัดซีน HPV ไม่ส่งผลกระทบภาวะการมีบุตรยากและอาจช่วยทำให้ภาวะมีบุตรยากดีขึ้นอีกด้วยในผู้หญิงบางคนที่เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ข้อเสียของวัคซีนเอชพีวีคือ:

  • วัคซีนไม่สามารถป้องกันโรคที่เกิดจากการติดเชื้อเอชพีวีได้ทั้งหมด จึงเป็นเรื่องสำคัญว่าผู้หญิงยังคงต้องได้รับการตรวจแปปสเมียร์เป็นประจำเพื่อตรวจหาสัญญานของโรคมะเร็งปากมดลูก
  • วัคซีนไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือรักษาอาการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อเอชพีวีหรืออการติดเชื้อ ยังจำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยหรือวิธีป้องกันอื่นในระหว่างมีเพศสัมพันธ์เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อหรือแพร่เชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์

ปัจจัยความเสี่ยงสำหรับเชื้อเอชพีวีคืออะไร?

ใครคือคนที่มีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อเอชพีวีหากไม่ได้รับวัคซีน มีปัจจัยมากมายที่เพิ่มความเสี่ยงในการได้รับเชื้อเอชพีวีหากไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งรวมถีง:

  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ
  • มีคู่นอนหลานคน
  • มีแผลที่ผิวหนัง
  • สัมผัสกับหูดหงอนไก่
  • สูบบุหรี่หรือเคี้ยวยาเส้นเป็นประจำ ระบบภูมิต้านทานอ่อนแอ
  • ระบบภูมิต้านทานไม่ดี
  • รับประทานอาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหารอื่นๆต่ำ

โชคดีที่ปัจจัยความเสี่ยงเหล่านี้สามารถควบคุมได้

วิธีอื่นๆในการป้องกันเชื้อเอชพีวี

ทางที่ดีที่สุดในการป้องกันเชื้อเอชพีวีคือการได้รับวัคซีน วิธีอื่นๆที่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้คือ:

  • ใช้ถุงยางอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นๆในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ถุงยางอนามัย แผ่นยางอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดหรือส่งเชื้อเอชพีวี
  • สำหรับผู้หญิง ควรตรวจหามะเร็งปากมดลูกเป็นประจำ แพทย์จะสามารถหาเซลล์ผิดปกติที่เปลี่ยนไปในผู้หญิงวัย 21 ถึง 65 ปีด้วยการหามะเร็งปาดมดลูกผ่านการตรวจแปปสเมียร์
  • รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง จากการศึกษาพบว่าการขาดกรดโฟลิคจะเพิ่มการติดเชื้อเอชพีวี การรับประทานสารอาหารที่มาจากพืช (รวมถึงวิตามินซี)จะช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก

บทสรุป

ถึงแม้ว่าเชื้อเอชพีวีจะหายไปได้เองก็ตาม แต่เชื้อไวรัสบางสายพันธุ์สามารถก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงได้ เช่นมะเร็งปากมดลูก

วัคซีน HPV vaccine สามารถป้องกันได้ตั้งแต่เด็กอายุ 11 ปีไปจนถึง 45 ปี นั้นเป็นข้อดีของวัคซีนชนิดนี้และผลข้างเคียงพบได้น้อยมาก

หากมีคำถามเกี่ยวกับวัคซีนเอชพีวี รวมถึงข้อดีข้อเสีย ปรึกษาแพทย์ แพทย์จะสามารถบอกข้อมูลวัคซีนและแนะนำสิ่งที่เหมาะสมสำหรับคุณและลูกของคุณได้

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *