ฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ (Human Chorionic Gonadotropin, hCG)

ฮอร์โมน hCG คืออะไร

ฮอร์โมนเอชซีจี หรือฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ (Human chorionic gonadotropin) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า hCG เป็นฮอร์โมนที่พบในเลือด และปัสสาวะของผู้หญิงตลอดการตั้งครรภ์ hCG จะตรวจพบในเลือดได้ไม่นานหลังจากการฝังตัวของตัวอ่อนในมดลูก (3-4 สัปดาห์) ระดับ hCG ที่เพิ่มขึ้นบอกร่างกายว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ทำให้มดลูกทำงาน เพื่อสร้างบ้านที่ปลอดภัยสำหรับลูกน้อยได้เติบโต

ทำไมฮอร์โมนเอชซีจีถึงสำคัญ

เมื่อตัวอ่อนก่อตัวขึ้น มันจะเริ่มสร้าง hCG ซึ่งส่งเสริมการผลิตฮอร์โมนการตั้งครรภ์ที่สำคัญอื่นๆ เช่น โปรเจสเตอโรน และเอสโตรเจน ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว และเพิ่มปริมาณเลือด จึงสามารถรับตัวอ่อน และให้อาหารทารกหลังฝังตัว ความสมดุลที่ถูกต้องของฮอร์โมนที่จำเป็นเหล่านี้เป็นกุญแจสำคัญสำหรับการตั้งครรภ์ที่แข็งแรง และพัฒนาการของลูกน้อยของคุณ

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่คืออะไร อ่านต่อที่นี่

การทดสอบการตั้งครรภ์

การทดสอบการตั้งครรภ์นั้นทำได้โดยการตรวจหาฮอร์โมนเอชซีจีในปัสสาวะ ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ระดับเอชซีจีที่ตรวจพบได้ควรเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ สองวัน ให้รอหลายวันหลังจากประจำเดือนขาดไปก่อนที่จะทำการทดสอบการตั้งครรภ์

ในการตั้งครรภ์ระยะแรก แพทย์อาจใช้การตรวจเลือดแบบใดแบบหนึ่งจาก 2 ประเภท เพื่อตรวจระดับ hCG ของสตรี ที่พบบ่อยที่สุดคือ การตรวจเลือด hCG ในเชิงปริมาณ ซึ่งจะประเมินระดับของ hCG ในเลือดของผู้หญิง และได้ผลระดับของ hCG ต่อมิลลิลิตรของเลือด (mIU/mL)

การปฎิสนธิและการตั้งครรภ์กับเรื่องที่ควรรู้อ่านต่อที่นี่

ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

ระดับ hCG เป็นคำแนะนำในการแจ้งเตือนแพทย์ถึงภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมถึงการแท้งบุตร ผู้หญิงที่มีระดับเอชซีจีลดลงในช่วง 2-3 วันในช่วงไตรมาสแรกในการตรวจเลือดหาเอชซีจีเชิงปริมาณ 2 ครั้งมักจะได้รับคำแนะนำว่านี่เป็นสัญญาณของการแท้งบุตรที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะหากมีความสัญญาณของอาการแท้ง ได้แก่ มีเลือดออกทางช่องคลอดในระหว่างตั้งครรภ์

ระดับเอชซีจีที่ลดลงในช่วงหลังของการตั้งครรภ์ เช่น ในไตรมาสที่ 2 และ 3 อาจไม่น่าเป็นห่วง แพทย์ส่วนใหญ่ไม่ได้ตรวจสอบระดับเอชซีจีเชิงปริมาณต่อเนื่อง เพื่อวัตถุประสงค์ในการประเมินความคืบหน้าของการตั้งครรภ์หลังไตรมาสแรก แม้ว่าระดับเอชซีจีอาจได้รับการตรวจสอบเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจคัดกรองก่อนคลอดอัลฟา-เฟโตโปรตีน (AFP) ที่จะบอกถึงความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์

ไตรมาสแรกในการตั้งครรภ์ เกิดอะไรขึ้นบ้างอ่านต่อที่นี่

การใช้ hCG ทางการแพทย์

ฮอร์โมนนี้ยังสามารถใช้เป็นยาตามใบสั่งแพทย์สำหรับการใช้งานหลายอย่างซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษาภาวะเจริญพันธุ์เป็นหลัก hCG ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) สำหรับการรักษาภาวะมีบุตรยากของสตรี และการใช้งานทางการแพทย์อื่นๆ

การใช้ hCG เพื่อรักษาภาวะมีบุตรยาก

ใช้ hCG เป็นตัวช่วยการเจริญพันธุ์

ผู้ชายสามารถใช้ฮอร์โมนเอชซีจี เพื่อเพิ่มการผลิตสเปิร์มได้ ผู้หญิงสามารถนำไปกระตุ้นการตกไข่ บ่อยครั้งร่วมกับการมีเพศสัมพันธ์ตามกำหนดเวลา หรือการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ที่หลากหลาย เช่น การผสมเทียมระหว่างมดลูก (IUI) และการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการรับประทานฮอร์โมนเอชซีจีสามารถเพิ่มการเจริญพันธุ์ เพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ และความสำเร็จของกระบวนการเจริญพันธุ์หลายอย่าง

เมื่อใช้เพื่อรักษาภาวะมีบุตรยาก ประเภท และปริมาณที่แน่นอนของเอชซีจีจะถูกปรับให้เหมาะกับความต้องการทางการแพทย์ส่วนบุคคลของคุณ (รวมทั้งคู่ของคุณ)

ใช้ hCG ในการรักษาภาวะเจริญพันธุ์หญิง

ในกรณีของการรักษาภาวะเจริญพันธุ์สำหรับผู้หญิง อาจให้เอชซีจีด้วยการฉีดเข้าสู่ร่างกาย ให้ผู้หญิงฉีดก่อนหรือหลังการมีเพศสัมพันธ์ และระหว่างการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ แพทย์จะให้คำแนะนำโดยละเอียดเกี่ยวกับการใช้ปริมาณเท่าไร และอย่างไร

เคล็ดลับ

การทดสอบ hCG

หากคุณกำลังมีการทดสอบระดับเอชซีจี คุณจะต้องมีความรู้สึกทั่วไปว่าควรคาดหวังอะไร และจะตีความผลลัพธ์อย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้คิดว่า “ปกติ” เป็นอย่างไร แต่ผลการตรวจเลือดเอชซีจีเพียงครั้งเดียวแทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย การเปลี่ยนแปลงระดับระหว่างการทดสอบมากกว่า 2-3 ครั้งติดต่อกัน จะบอกได้ว่าการตั้งครรภ์เป็นอย่างไร

การทดสอบ hCG เชิงปริมาณ

การตรวจเลือดเอชซีจีเชิงปริมาณสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับอาการแท้งบุตรในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังการปฏิสนธิ การเปรียบเทียบระดับจากการตรวจเลือดหาฮอร์โมนเอชซีจีเชิงปริมาณ 2 ครั้ง เพื่อดูเวลาที่เอชซีจีเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วง 2-3 วันหรือมากกว่านั้นสามารถให้ข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าการตั้งครรภ์มีความคืบหน้าตามที่ควรจะเป็น ณ จุดนั้นหรือไม่

การทดสอบ hCG เชิงคุณภาพ

บางกรณีแพทย์อาจใช้การตรวจเลือดหาฮอร์โมนเอชซีจีเชิงคุณภาพ สิ่งเหล่านี้เพียงบอกได้ว่ามีหรือไม่มีฮอร์โมน hCG เนื่องจากระดับเอชซีจีเริ่มสูงขึ้นหลังจากการฝังตัวของตัวอ่อน การทดสอบนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจได้ดีว่าการฝังตัวของทารกได้เริ่มขึ้นหรือไหม ไม่ได้บอกคุณว่า hCG อยู่ในระบบของคุณมากน้อยแค่ไหน หรือเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพียงแค่มีปริมาณฮอร์โมนในเลือดของคุณที่ตรวจพบได้

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *