Penicillin

เนื้อหา

ยา Penicillin คืออะไร

penicillins คือยาปฏิชีวนะจากเชื้อราชื่อเพนิซิลลิเนียม โนเตตุม กลไกการออกฤทธิ์มักมีผลข้างเคียงที่น้อยมาก ยาจะมีปฏิกิริยากับการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อคน แต่อันตรายชองยาจะมาในรูปแบบของการแพ้ยา อันเนื่องมาจากการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อสารประกอบนี้ อาการแพ้ยาอาจรุนแรงมากจนเป็นสาเหตุให้ถึงแก่ชีวิตได้ อาการแพ้ของยาเพนิซิลลินมักพบได้บ่อยขึ้นในยาที่เก็บไว้เป็นเวลานาน โดยอาการแพ้ยาจะพบในเพนนิซิลินแบบฉีดมากกว่าแบบกิน ผู้ที่เคยแพ้ยามาก่อนมีโอกาสแพ้ได้อีก

นอกจากนี้การใช้ยาเพนนิซิลลินยังสามารถใช้เป็นยาทาแผลภายนอก เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อยาได้มากขึ้น แต่กรณีทีอาการแพ้ยาเพนนิซิลลินไม่ควรใช้ยานี้เช่นกัน

ชนิดของยา penicillin

ยากลุ่ม penicillin แบ่งได้ ดังนี้

อะมิโนเพนิซิลลิน (Aminopenicillins) คือกลุ่มยาเพนนิซิลินที่มีโครงสร้างของเบต้าแลคแตม (Beta-Lactam) มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย มีสรรพคุณจัดการเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด ทั้งแบคทีเรียชนิดแกรมบวกและแกรมลบ เช่น เชื้ออีโคไล หรือเชื้อฮีโมฟิลุสอินฟลูเอนเซ ใช้รักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่าง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ผิวหนังอักเสบ และอาการอื่น ๆ ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่อะม็อกซี่ซิลลิน แอมพิซิลลิน

แอนตี้ซูโดโมนอล เพนิซิลลิน (Antipsudo Penicillins) คือกลุ่มยาเพนิซิลลินที่ใช้รักษาการติดเชื้อซูโดโมนาส รวมทั้งต้านเชื้อซูโดโมนาส เอนทีโรค็อกคัส และเคลบซิลลา ตัวอย่างยากลุ่มนี้ ได้แก่ยาพิเพอราซิลลิน

สารยับยั้งเบต้าแลคแทม (Beta-Lactamase Inhibitors) คือกลุ่มยาเพนิซิลลินที่มีเบต้าแลคแทมเป็นส่วนประกอบ ใช้ยับยั้งการสังเคราะห์บริเวณผนังเซลล์ของแบคทีเรีย รวมทั้งมีส่วนประกอบที่ช่วยกำจัดการสร้างเอนไซม์เบต้าแลคแทมเมสของแบคทีเรีย ซึ่งส่วนประกอบนี้คืออาวุธที่แบคทีเรียใช้ต้านยาฆ่าเชื้อ ทำให้เกิดอาการดื้อยา การใช้ยาปฏิชีวนะให้ได้ผล และลดอาการดื้อยา จึงมักใช้ควบคู่กับสารยับยั้งเบต้าแลคแทมเมสไปด้วย ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ อะม็อกซี่ซิลลินผสมคลาวูลาเนท พิเพอราลินผสมทาโซแบคแทม และแอมพิซิลลินผสมซุลแบคแทม

เพนนิซิลลินที่ได้จากธรรมชาติ (Natural Penicillins)

คือยาปฏิชีวนะชนิดแรกที่ใช้ทางการแพทย์ เป็นส่วนประกอบหลักที่ได้จากโครงสร้างเพนิซิลลิน จี ใช้ยับยั้งการสังเคราะห์ผนังเซลล์ของแบคทีเรีย มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียชนิดแกรมบวกและแกรมลบได้ กลุ่มยานี้ได้แก่ penicillin g เพนิซิลลิ น วี โปรเคนเพนิซิลลลิน และเบนซาธีน เพนิซิลลิน จี

ยาเพนนิซิลินที่ต่อการถูกทำลายของเพนนิซิลลิเนส (Penicillinase Resistant Penicillins) เป็นยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ต้านทางเอนไซม์เพนิซิลลิเนส ซึ่งแบคทีเรียบางชนิดสามารถสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายเบต้าแลคแทมในยาปฏิชีวนะ ยากลุ่มนี้ใช้รักษาการดื้อยาของเชื้อสแตฟิโลค็อกคัส และการติดเชื้ออื่น ๆ ยาที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ คลอกซาซิลลิน ไดคลอกซาซิลลิน ออกซาซิลลิน หรือเมธิซิลลิน

รูปแบบของยาเพนนิซิลลิน

  • ยาเม็ด
  • ยาแคปซูล
  • ยาน้ำเชื่อม
  • ยาน้ำแขวนตะกอน

สรรพคุณของเพนนิซิลลิน

  • ใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก เช่น ไข้หวัดที่มีอาการแทรกซ้อนจากเชื้อแบคทีเรีย ไข้อีดำอีแดง เหงือกอักเสบ ถุงน้ำตาอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ (หูน้ำหนวก) คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ ต่อมหลังช่องจมูกอักเสบ ปอดอักเสบ แผลอักเสบ เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอักเสบ รูขุมขนอักเสบ โรคไฟลามทุ่ง โรคแอนแทรกซ์ การติดเชื้อของบาดแผลที่ถูกสัตว์หรือคนกัด
  • ใช้ป้องกันไข้รูมาติก และโรคหัวใจรูมาติก ( RHD)
  • ใช้ป้องกันโรคไตอักเสบชนิดเฉียบพลัน

ยานี้อาจใช้รักษาโรคหรืออาการอื่น ๆ ได้ ตามการวินิจฉัยของแพทย์

คำเตือนการใช้ยา Penicillin

ผลข้างเคียงที่สำคัญของ penicillin คืออาการภูมิแพ้ penicillin อาการอาจเกิดเป็นผื่น หรือเกิดอาการแพ้ที่รุนแรงเฉียบพลัน ผู้ป่วยอาจแพ้กลุ่มยา penicillin ชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือแพ้ร่วมกับกลุ่มอื่น ๆ ได้

หญิงที่กำลังให้นมบุตร การใช้ยานี้อาจทำให้ทารกท้องร่วง ติดเชื้อจากเชื้อรา และผื่นขึ้นได้ เพราะเนื่องจากทารกจะได้รับตัวยาผ่านทางน้ำนมแม่ได้

ผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในปัสสาวะ ทำให้การตรวจคิดตามอาการของผู้ป่วยเบาหวานเกิดความคลาดเคลื่อนได้

ผู้ป่วยโรคไตหรือตับต้องควบคุมปริมาณการใช้ยา penicillin อย่างเหมาะสม

ผู้ที่กำลังใช้ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน หรือผู้ป่วยที่ใช้ยาแก้อักเสบ ยาแอสไพริน หรือยาโปรเบเนสิด ควรใช้ยา penicillin อย่างระมัดระวัง เพราะยาอาจทำปฎิกิริยากัน ทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง หรือเกิดผลข้างเคียงได้

กลุ่มยา penicillin แต่ละชนิดจะปรากฏผลข้างเคียงแตกต่างกัน ผู้ป่วยจึงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือข้อบ่งชี้การใช้ยาอย่างเคร่งครัด

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา penicillin

ผลข้างเคียงที่ควรหยุดการใช้ยาทันที :

  • หายใจถี่
  • มีไข้
  • เจ็บบริเวณข้อต่อ
  • วิงเวียนศีรษะ และเป็นลม
  • หน้าหรือหนังตาบวม
  • ผิวแดงและเป็นขุย
  • หายใจสั้น
  • เกิดผื่นหรือลมพิษบนผิวหนัง อาจรู้สึกคันร่วมด้วย

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป และสามารถหายไปได้เอง ได้แก่:

  • ท้องร่วงอ่อน ๆ
  • ปวดศีรษะ
  • เกิดแผลในปากและลิ้น
  • คันบริเวณช่องคลอด และมีอาการตกขาว
  • ฝ้าขาวในปาก หรือลิ้น

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก ได้แก่:

  • รู้สึกปวดบีบ ๆ หรือเจ็บเหมือนถูกกดที่ท้องอย่างรุนแรง
  • ชักเกร็ง
  • ปัสสาวะน้อย
  • ถ่ายเหลวรุนแรง หรือถ่ายมีเลือดปนออกมา
  • เกิดภาวะซึมเศร้า
  • คลื่นไส้ และอาเจียน
  • เกิดอาการปวดบริเวณที่ฉีดยา
  • เจ็บคอ เป็นไข้
  • มีเลือดออกผิดปกติ หรือเกิดรอยช้ำ
  • ตาและผิวมีสีเหลือง
  • วิตกกังวล และสับสน
  • เกิดอาการทางจิต เช่น เพ้อ ประสาทหลอน

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://www.medicalnewstoday.com/articles/216798
  • https://medlineplus.gov/druginfo/meds/a685015.html

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *