อันตรายจาก ฝุ่น PM 2.5 และแนวทางการป้องกัน

ฝุ่น pm 2.5 คืออะไร

องค์กรอนามัยโลก (WHO) กำหนดค่าเฉลี่ยของฝุ่นละออง pm 2.5 ในอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเมื่อมีปริมาณมากกว่า 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนประเทศไทยกำหนดอันตรายระดับของฝุ่น pm 2.5 คือไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

อย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหาฝุ่น pm 2.5 คืออะไร คือการที่เกือบทุกเมืองสำคัญทั่วโลกล้วนมีระดับปริมาณของฝุ่นที่เป็นอันตราย อย่างในกรุงเทพฯ เคยมีปริมาณสูงเกือบ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะบริเวณริมถนน บริเวณที่มีการก่อสร้าง หรือมีการจราจรหนาแน่น

ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือเป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนเมื่อเทียบกับเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์

ฝุ่น pm 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กจนขนจมูกไม่สามารถกรองออกไปได้ ด้วยขนาดที่เล็กเพียงครึ่งหนึ่งของเซลล์เม็ดเลือดแดง (5 ไมครอน) ดังนั้นเมื่อฝุ่นพิษนี้ผ่านจากจมูกเข้าสู่ร่างกาย ก็จะเข้าสู่ระบบเลือดผ่านเส้นเลือดฝอย และกระจายไปตามอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้

ฝุ่น pm 2.5 มีลักษณะเป็นขุยคล้ายก้อนสำลี จึงมีน้ำหนักเบา และสามารถเป็นพาหะนำสารอื่น ๆ เข้ามาในร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็นแคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็งชนิดต่าง ๆ

ฝุ่น pm 2.5 เกิดจากอะไร

ฝุ่น pm 2.5 ส่วนมากเกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องมือเครื่องจักรต่าง ๆ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ในรถยนต์ชนิดต่าง ๆ ดังนั้นในช่วงที่การจราจรคับคั่งในช่วงเช้าและเย็นหลังเลิกงานจึงมีปริมาณฝุ่น pm 2.5 ที่สูงกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ และในฤดูหนาวที่อากาศนิ่งและแล้ง ก็จะส่งผลให้ฝุ่นไม่สามารถลอยขึ้นที่สูงได้ ยิ่งเมื่อมีกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น pm 2.5 มาก ๆ ก็ยิ่งทำให้ระดับของฝุ่น pm 2.5 เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยตึกสูงปิดกันเส้นทางลมที่ช่วยระบายฝุ่น ก็ยิ่งทำให้ปัญหาฝุ่น pm 2,5 รุนแรงมากขึ้น หรือในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้จากการเผาพื้นที่ทางการเกษตร ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มมวลฝุ่น pm 2.5 ให้เข้าข้นและรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ฝุ่น pm 2.5 ยังเกิดจากไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ที่เมื่ออยู่ในชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมากก็จะทำปฏิกิริยาทางเคมีกับโอโซนและแสงแดด กลายเป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กและก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพ

ไนโตรเจนไดออกไซด์คือก๊าซที่เกิดจากการสันดาปภายในของเครื่องยนต์ดีเซลของรถยนต์นั่นเอง

ปัญหาต่อสุขภาพของฝุ่น pm 2.5 คืออะไร

ปัญหาต่อสุขภาพ

เมื่อฝุ่น pm 2.5 มีขนาดเล็กมาก จึงเป็นฝุ่นที่สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเดินหายใจและปอด บางส่วนอาจเข้าสู่กระแสเลือดและไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และก่อปัญหาทางสุขภาพในภายหลังได้

ปัญหาต่อทางเดินหายใจ และปอด

มลพิษในอากาศย่อมส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและปอดโดยตรง เมื่อฝุ่น pm 2.5 ผ่านเข้ามาทางจมูกก็จะทำให้อาการของผู้ป่วยโรคหอบหืดกำเริบ หรือกระตุ้นให้ผู้ที่มีสุขภาพดีเกิดอาการหอบหืดได้เช่นกัน ยิ่งสะสมไปนาน ๆ ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอดได้มากขึ้น

ปัญหาต่อสุขภาพหัวใจ

เนื่องจากฝุ่น pm 2.5 สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ ดังนั้นเมื่อเกิดการสะสมในเลือดไปสักระยะเวลาหนึ่งก็จะส่งผลให้เกิดการตะกอนขึ้นในหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการหัวใจวาย หรือหลอดเลือดสมองตีบได้ และยังส่งผลต่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หวัใจเต้นผิดจังหวะ และอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวายเฉียบพลันได้

ปัญหาต่อสมอง

ฝุ่น pm 2.5 ที่เข้าสู่กระแสเลือดและสะสมในร่างกายไหนาน ๆ จะส่งผลให้เกิดปัญหาความดันโลหิตสูง และเลือดมีความหนืดผิดปกติ ซึ่งจะสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดในสมอง และหลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว อันเป็นสาเหตุของเส้นเลือดในสมองตีบ หรือแตก ทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาต หรือรุนแรงถึงชีวิตได้

วิธีป้องกันฝุ่น pm 2.5

หน้ากาก

หน้ากากคืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้สูดฝุ่น pm 2.5 เข้าไป แต่จะต้องพิจารณาเลือกหน้ากากที่มีคุณสมบัติในการกรองอนุภาคฝุ่นขนาดเล็กนี้ได้ โดยหน้ากาก N95 ถือเป็นหน้ากากที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะสามารถกรองฝุ่นได้มากกว่า 95% แต่ก็มีราคาค่อนข้างสูง และเพื่อประสิทธิภาพที่ดีจำเป็นต้องสวมอย่างถูกต้อง และควรหมั่นจัดกระชับหน้ากากไม่ให้หลวมอยู่เสมอ ห้ามนำหน้ากากมาใช้ซ้ำใหม่

หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน

การออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งจะเพิ่มโอกาสนในการสัมผัส และสูดดมฝุ่น pm 2.5 เข้าไป จึงควรหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะการออกกำลังกายกลางแจ้งที่จะยิ่งกระตุ้นให้หายใจแรง และทำฝห้ฝุ่น pm 2.5 เข้าสู่ทางเดินหายใจ และปอดได้มากขึ้น

เมื่ออยู่ในบ้านก็ควรปิดประตูหน้าต่างให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่น pm 2.5 เข้ามาในบ้าน หรือเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดปริมาณอนุภาคของฝุ่นละอองขนาดเล็กให้ลดน้อยลง

งดการสูบบุหรี่หรือกิจกรรมที่ทำให้เกิดควัน

การสูบบุหรี่ หรือเผาไหม้สิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดควันก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มปริมาณฝุ่น pm 2.5 ให้มากยิ่งขึ้น จึงควรพยายามลดกิจกรรมเหล่านี้ให้น้อยลง

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *