กรดซาลิไซลิก Salicylic Acid

salicylic acid คืออะไร

salicylic acid คือยาลอกผิวหนัง มีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังหลุดลอก ใช้รักษาปัญหาผิวหนังต่าง ๆ เช่น ยาทาหูด ตาปลา โรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังอักเสบเซบเดิร์ม และสิว แพทย์อาจใช้ยาชนิดนี้รักษาอาการอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

salicylic acid เป็นกรดชนิดอ่อน ๆ ที่ใช้ได้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณหลายชนิด มีความแตกต่างกับ Glycolic, Lactic และ Mandelic ซึ่งชนิด alpha hydroxy acid (AHA) ส่วน salicylic acid เป็นชนิด beta hydroxy acid ซึ่งเป็นกรดชนิดเดียวที่ใช้กับผิวหนังได้

ที่มาของ salicylic acid คือเปลือกของต้น Willow เป็นกรดที่ละลายในไขมันประเภท beta-hydroxy acid (BHA) ซึ่งซึมเข้าสู่ผิวและสลายไขมันที่อุดตันตามรูขุมขนได้ จึงช่วยลดการเกิดอักเสบและป้องกันการอุดตันตามรูขุมขนได้

salicylic acid สรรพคุณมีอะไรบ้าง

salicylic acid มีสรรพคุณในการลดสิว แต่ยังสามารถช่วยกระตุ้นการผลัดผิว พร้อมปรับค่า pH ของผิวพร้อมกับกักเก็บความชุ่มชื้นในกระบวนการผลัดผิวตามธรรมชาติเอาไว้ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังลดการสะสมของเคราติน และกระตุ้นให้เซลล์ผิวกำจัดสิวได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามซาลิไซลิคแอซิด เป็นยาละลายผิวหนังที่ทำให้ผิวหน้าบางลง และหลุดลอกออกมา จึงสามารถใช้รักษาโรคผิวหนังได้หลายชนิด แก้อาการหนังหนา และเป็นขุยได้ โดยความเข้มข้นกรดซาลิไซลิกที่ใช้รักษาปัญหาผิวพรรณจะมีความเข้มข้นที่ 2% ถึง 40% ขึ้นกับชนิดและลักษณะของโรคแต่ละชนิด

สารละลายกรดซาลิไซลิกชนิดอ่อน ๆ จะได้ผลในการรักษาเหมือนกับสารละลายที่เข้มข้นกว่า แต่เวลาในการรักษาจะใช้เวลานานกว่า หากกังวลว่าจะเกิดอาการแพ้หรืออาการระคายเคืองใด ๆ หรือไม่ ให้พิจารณาเลือกชนิดความเข้มข้นน้อย ๆ ก่อน โดยเฉพาะเมื่อใช้รักษาบาดแผล จะมำให้ได้ผลในการรักษาเร็วกว่าปกติ

การใช้กรดซาลิซิลิกที่เข้มข้นมากกว่า 10% เพื่อลอกหนัง เช่น หนังหนา ให้ทาครีม หรือวาสลีนรอบ ๆ บริเวณหนังที่หนาก่อนทาด้วยสารละลายกรด เพื่อป้องกันไม่ให้สารละลายไปถูกบริเวณที่ไม่ต้องรักษา

กรณีรักษาหูดจะใช้ความเข้มข้นของสารละลายกรดที่ 3 – 40%

ปริมาณการใช้ salicylic Acid

รักษาสิว

ใช้สารละลายเข้มข้น 0.5 – 2 เปอร์เซ็นต์ ทาบาง ๆ ลงบนผิว วันละ 1 – 3 ครั้ง เป็นประจำทุกวัน หากอาการดีขึ้น อาจลดลงเหลือวันละ 1 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ควรหยุดหากผิวแห้งหรือหลุดลอก

รักษาผิวหนังที่หนาและแห้งแตก

ทาสารละลายที่เข้มข้น 1.8 – 3% ทาบาง ๆ ลงบนผิว วันละ 1 – 4 ครั้ง เป็นประจำทุกวันจนกว่าอาการจะดีขึ้น

รักษาหูดหรือตาปลา

กรณีใช้ salicylic acid cream

ให้ทายาที่ความเข้มข้น 5 – 17% ลงบนผิว ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วจึงทายาซ้ำ 1 – 2 ครั้ง/วัน จนกว่าตาปลาหรือหูดจะหลุดออก

กรณีแผ่นแปะตาปลาหรือแผ่นแปะหูด

ใช้แผ่นแปะที่มีความเข้มข้นของกรด 12 – 40% แปะทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง จากนั้นจึงดึงแผ่นแปะออก เปลี่ยนแผ่นใหม่แปะซ้ำจนหูดหรือตาปลาหลุดออกไป ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

สบู่ที่มีส่วนประกอบของกรดซาลิซัยลิค 2% เป็นสบู่แบบน้ำที่ใช้ล้างหน้าแก้ปัญหาสิวหัวดำ โดยทาสบู่บริเวณสิวหัวดำ ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก ทำวันละ 2-3 ครั้ง

แชมพูผสมกรดซาลิซัยลิค 2% ใช้สระผม เพื่อแก้ปัญหาศีรษะมัน ผมมัน มีน้ำมันมาก

ขี้ผึ้งที่มีส่วนประกอบของกรดซาลิซิลิก 3% ผสมกับสเตียรอยด์ใช้ทาเพื่อรักษาโรคเอ็คซีมาเรื้อรัง โรคหนังหนาต่าง ๆ และโรคเรื้อนกวาง

ผลข้างเคียงจากการใช้ salicyclic Acid

ผลข้างเคียงจากการใช้ ซาลิไซลิค แอซิด คือผิวหนังระคายเคืองเล็กน้อย เกิดผื่นคัน ผิวหนังลอก และมีอาการแสบคัน หากมีอาการผู้ป่วยควรหยุดใช้ยาทันที และรีบไปพบแพทย์ โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้

  • แพ้ยาและผิวหนังระคายเคืองรุนแรง รู้สึกคัน เกิดลมพิษ เวียนศีรษะ มีอาการบวมที่ปาก ลิ้น หน้า และคอ
  • หายใจลำบาก
  • วิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • ได้ยินเสียงในหู มีปัญหาการได้ยิน
  • ปวดท้องรุนแรง อาเจียน และท้องเสีย

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

  • https://pubchem.ncbi.nlm.nih.gov/compound/Salicylic-acid
  • https://www.webmd.com/drugs/2/drug-18-193/salicylic-acid-topical/salicylic-acid-for-acne-topical/details
  • https://medlineplus.gov/druginfo/meds/a607072.html

No Responses

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *